...แฟ้มสะสมงานในรายวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Miss Chalanda Khamjun Student ID 5411203044 Junior Field of Early Childhood Education Faculty of Education Chandrakasem Rajabhat University.

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 7

วันที่ 19 เดือนธันวามคม พ.ศ. 2556

หมายเหตุ ไม่มีการเรียนการสอน
 เนื่องจากตรงกับวันสอบกลางภาคของมหาวิทยาลัย

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 6

วันที่ 12 เดือนธันวามคม พ.ศ. 2556

1. อาจารย์บรรยายเนื้อหา  “พัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ”  สรุปได้ดังนี้
Mind Mapping : พัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ    
พัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ    
            พัฒนาการ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล ทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำสิ่งที่ยากสลับซับซ้อนมากขึ้น
เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ 
                หมายถึง เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน โดยความล่าช้านั้นปรากฏให้เห็นตั้งแต่วัยทารกและวัยเด็กตอนต้น พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้านหรือทุกด้าน (global developmental delay) และพัฒนาการล่าช้าในด้านหนึ่งอาจส่งผลให้พัฒนาการในด้านอื่นล่าช้าด้วยก็ได้
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
            ปัจจัยทางด้านชีวภาพ เกี่ยวข้องกับลักษณะทางพันธุกรรมหรือชุดหน่วยของยีนที่เด็กได้รับสืบทอดมาจากบิดามารดา
            ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด การติดเชื้อ สารพิษ สภาวะทางโภชนาการและการเจ็บป่วยของมารดาส่งผลต่อพัฒนาการของตัวอ่อนในครรภ์
            ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด การเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะคลอด เช่น ภาวะขาดออกซิเจนในขณะคลอด            
            ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด สภาวะหลังคลอด ปัจจัยด้านระบบประสาท และสภาพแวดล้อมส่งผลร่วมกันต่อพัฒนาการของเด็ก เด็กที่ไม่มีบิดามารดา หรือเด็กที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่  อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แออัด ยากจน เด็กถูกทอดทิ้ง-ล่วงละเมิด ปัจจัยด้านการศึกษา  เชาวน์ปัญญา และความสามารถของมารดา ในการจัดสภาพการเรียนรู้ของเด็ก
สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
            โรคพันธุกรรม เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิดหรือสังเกตได้ชั่วระยะไม่นานหลังเกิด  มักมีลักษณะผิดปกติแต่กำเนิดร่วมด้วย
            โรคของระบบประสาท เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่มักมีอาการหรืออาการแสดงทางระบบประสาทร่วมด้วย  ที่พบบ่อยคืออาการชัก
            การติดเชื้อ โรคในกลุ่มนี้ที่สำคัญคือการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เด็กมักมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ศีรษะเล็กกว่าปกติ อาจมีตับม้ามโต การได้ยินบกพร่อง และต้อกระจกร่วมด้วย นอกจากนี้การติดเชื้อรุนแรงภายหลังเกิด เช่น สมองอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ 
            ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม โรคที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขไทย คือ ไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ
            ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย และภาวะขาดออกซิเจน          
            สารเคมี  ตะกั่วเป็นสารที่มีผลกระทบต่อเด็กและมีการศึกษามากที่สุด กล่าวคือ เมื่อเด็กมีระดับตะกั่วในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้มีระดับสติปัญญาต่ำกว่าคนทั่วไป  สารเคมีอีกชนิดหนึ่งที่มีผลทำให้พัฒนาการของทารกในครรภ์ล่าช้าคือ แอลกอฮอล์
            การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร ปัจจัยข้อนี้แม้จะมีผลกระทบต่อพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่มักไม่รุนแรง 
อาการของเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
            มีพัฒนาการล่าช้าซึ่งอาจจะพบมากกว่า 1 ด้าน นอกจากนี้อาจพบความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อร่วมด้วย เช่น  ปฏิกิริยาสะท้อน (primitive reflex) ยังคงอยู่ไม่หายไปแม้จะถึงช่วงอายุที่ควรจะหายไป กล้ามเนื้ออ่อนนิ่มหรือเกร็ง อาจพบความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย
แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. การซักประวัติ
2. การตรวจร่างกาย  
3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
4. การประเมินพัฒนาการ โดยทั่วไปการประเมินพัฒนาการแบ่งได้เป็น
            4.1 การประเมินแบบไม่เป็นทางการ เป็นการประเมินโดยใช้การสอบถามจากผู้ปกครอง
            4.2 การประเมินที่ใช้ในเวชปฏิบัติ โดยใช้แบบประเมินพัฒนาการที่มีใช้ในปัจจุบัน ดังนี้
                        4.2.1 แบบทดสอบ Denver II
                        4.2.2 The Goodenough-Harris Drawing Test                    
                        4.2.3 Gesell Drawing Test 
                        4.2.4 แบบทดสอบ Capute Scales (CAT/CLAMS)
                        4.2.5 แบบทดสอบ Bayley Scales of Infant and Toddler Development                   
                        4.2.6 แบบประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุแรกเกิด - 5 ปี 

อ้างอิงจาก : เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ

2. อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มเตรียมนำเสนอลักษณะอาการของเด็กพิเศษตามที่กลุ่มของตนได้รับมอบหมาย (กลุ่มของดิฉัน เด็กซี.พี.) แล้วนำเสนอในสัปดาห์ที่ 10 วันที่ 9 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557

สะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการเรียน
          เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการจะมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน การสังเกตพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก การประเมินพัฒนาการเด็กเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มเสี่ยงตามสาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการจะช่วยให้ค้นหาเด็กเหล่านี้ได้เร็วขึ้น สามารถให้การช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้นตามศักยภาพ

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 5

วันที่ 5 เดือนธันวามคม พ.ศ. 2556

หมายเหตุ ไม่มีการเรียนการสอน
เนื่องจากตรงกับวันพ่อแห่งชาติหรือวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี 

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 4

วันที่ 28 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556

1. อาจารย์บรรยายเนื้อหา  เด็กที่มีความต้องการพิเศษ”  ต่อจากสัปดาห์ที่ 3 สรุปได้ดังนี้
Mind Mapping : เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ (Children with Behaviorally and Emotional Disorders) หมายถึง ผู้ที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกติเช่นคนปกตินาน ๆ ไม่ได้หรือผู้ที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้ ซึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นไม่เป็นที่ยอมรับและพอใจของมาตรฐานความประพฤติปฏิบัติของสังคม 
Mind Mapping : ลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์


Mind Mapping : เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้หรือเรียกย่อๆ ว่า L.D. (Learning Disability) หมายถึง ผู้ที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง โดยมีความบกพร่องหรือปัญหาหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งอย่าง ในกระบวนการทางจิตวิทยาทำให้เด็กเหล่านี้มีปัญหาทางการใช้ภาษาหรือการพูด การเขียน โดยจะแสดงออกมาในลักษณะของการนำไปปฏิบัติ
Mind Mapping : เด็กออทิสติก
เด็กออทิสติก (Autistic) บางครั้งเรียกว่า ออทิซึ่ม (Autism) หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องอย่างรุนแรงในการสื่อความหมาย พฤติกรรม สังคม และความสามารถทางสติปัญญาในการรับรู้ อาการต่าง ๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนเป็นระยะ ๆ ไป เด็กออทิสติกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ของตนเอง และย่อมแตกต่างไปจากเด็กคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นเด็กออทิสติกเหมือนกัน ทั้งนี้เป็นเพราะอาการที่เป็นมีความรุนแรงมากน้อยต่างกันไป ประกอบกับเด็กแต่ละคนมีบุคลิกภาพของตัวเองอยู่ด้วย อาการออทิสติกนั้นจะคงอยู่ติดตัวเด็กไปจนเป็นผู้ใหญ่จนตลอดทั้งชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายได้
Mind Mapping : ลักษณะเด็กออทิสติก
เด็กพิการซ้อน (Children with Multiple Handicaps) หมายถึง ผู้ที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก เช่น ปัญญาอ่อนตาบอด ปัญญาอ่อน-ร่างกายพิการ หูหนวก-ตาบอด ฯลฯ 
Mind Mapping : ลักษณะเด็กพิการซ้อน

2. อาจารย์ให้นักศึกษาดูวิดีโอห้องเรียนแรกของเด็กพิเศษ แล้วสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาเป็น Mind Mapping งานชิ้นนี้ 10 คะแนน

การประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม
1. การดูแลเด็กพิเศษ เมื่อรับเด็กมาแล้ว ครูต้องมีการประเมินว่าเด็กมีพื้นฐานและพัฒนาการเป็นอย่างไร
2. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะพื้นฐาน 6 ประการ ให้เด็กพิเศษตามลำดับขั้น คือ พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ภาษา สังคม    การช่วยเหลือตนเอง เตรียมวิชาการ
3. ครูทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลเพื่อวางแผนการเรียนรู้
4. การจัดกิจกรรมต้องมีการประเมินผล โดยการสังเกตของครู
ข้อพึงระวังในการนำไปใช้
1. การจัดกิจกรรมต้องมีความยืดหยุ่นระหว่างครูกับผู้ปกครอง
2. ผู้ปกครองมีสิทธิ์ที่จะเลือกไม่ให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ผู้ปกครองเห็นว่าไม่เหมาะสม
3. ในการทำกิจกรรมของเด็กพิเศษ ถ้าผู้ใหญ่คิดให้เด็กจะหมดโอกาสคิด

สะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการเรียน
            สังคมไม่ควรมองว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษเป็นปัญหาสำหรับสังคม เพราะเด็กเหล่านนี้ไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่นหรือสร้างความวุ่นวายให้แก่สังคม เพียงแต่เด็กเหล่านี้ต้องความความช่วยเหลือจากสังคม ถ้าทุกฝ่ายให้ความดูแลเอาใจใส่เหมือนเด็กปกติทั่วไป ดิฉันเชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าเทียบเท่ากับเด็กปกติก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญในการพัฒนาเด็กเหล่านี้คือ ครอบครัว ที่มีความอบอุ่นและต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี