...แฟ้มสะสมงานในรายวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ…

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Miss Chalanda Khamjun Student ID 5411203044 Junior Field of Early Childhood Education Faculty of Education Chandrakasem Rajabhat University.

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 12

วันที่ 23 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557

1. นักศึกษาออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนต่อจากสัปดาห์ที่ 11 ดังนี้
ภาพ : กลุ่มที่ 5 เรื่องเด็กออทิสติก

ความหมายของเด็กออทิสติก
           เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โรคนี้เป็นความผิดปกติในสมองซึ่งมีอาการแสดงและความผิดปกติได้หลายรูปแบบ เด็กจะไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น การพัฒนาด้านภาษาและสติปัญญาก็ไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคมได้
            อาการของเด็กบางคนจะแสดงออกตั้งแต่เกิด แต่ส่วนใหญ่จะแสดงออกเมื่อเด็กอายุ 18-36 เดือน เด็กจะไม่สนใจคนอื่น มีพฤติกรรมแปลกๆ สูญเสียความสามารถทางภาษาและทักษะ ผู้ปกครอง คุณครู รวมทั้งผู้ร่วมงานก็มีปัญหากับเด็กที่ไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากพฤติกรรมที่ทำซ้ำซาก
Autism คืออะไร
            โรค Autism เป็นความผิดปกติในสมอง เด็กที่เป็นจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม เด็กบางคนสามารถสื่อสารกับผู้อื่นและก็มีความฉลาด แต่เด็กบางคนเป็นเด็กปัญญาอ่อน ไม่พูด เด็กบางคนก็มีพฤติกรมทำซ้ำซาก จะเห็นว่าเด็กแต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน ความรุนแรงไม่เท่ากัน แต่จะมีปัญหาทางสังคม การสื่อสาร พฤติกรรม กล้ามเนื้อและความรู้สึก

ภาพ : ลักษณะของเด็กออทิสติก

2. อาจารย์ให้นักศึกษาสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556
            - ข้อสอบแบบตัวเลือก 40 ข้อ
            - 15 คะแนน

สะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการเรียน
         แม้ว่ากลุ่มโรคออทิสติก เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต แต่เด็กอาจจะโตเป็นผู้ใหญ่อยู่ในกลุ่ม 1 ใน 3 ที่สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้ และมีโอกาสที่จะอยู่ในกลุ่ม 1 - 2% ของผู้ป่วยโรคนี้ที่สามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติ แต่จะต้องมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น เด็กมีระดับไอคิวมากกว่า 70 หรือไม่มีภาวะปัญญาอ่อนร่วม เด็กสามารถพูดสื่อสารได้ก่อนอายุ 5 ปี และไม่มีความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย เช่น อาการชัก เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเด็กได้รับการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย ได้รับความเอาใจใส่จากพ่อแม่และครอบครัวก็จะทำให้เด็กมีโอกาสพัฒนาได้มากกว่าการรักษาเมื่ออายุมากขึ้น

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 11

วันที่ 16 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557

หมายเหตุ ไม่มีการเรียนการสอน
เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่สงบและนักศึกษาไม่สะดวกในการเดินทาง จึงไม่สามารถมีการเรียนการสอนได้ตามปกติ

1. อาจารย์สั่งงานให้นักศึกษาเตรียมสรุปงานวิจัยที่ตนเองได้หามาใส่กระดาษA4 หรือกระดาษรายงานซึ่งเขียนหรือพิมพ์ก็ได้ ตามหัวข้อต่อไปนี้     (ส่งภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557)
- ชื่องานวิจัย/ชื่อผู้วิจัย/มหาวิทยาลัย
- ความสำคัญและความเป็นมาของงานวิจัย
- วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
- นิยามศัพท์เฉพาะ
- ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
- เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- การดำเนินการวิจัย
- สรุปผลการวิจัย
- ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่องานวิจัยชิ้นนี้
2. ถ้ามีเวลาเหลืออาจารย์จะนัดสอบกลางภาคในชั่วโมงเรียนของสัปดาห์ที่ 12 (วันที่ 23/01/57)

งานวิจัยที่ฉันเลือก คือ
การศึกษาพฤติกรรมซ้ำๆ ของนักเรียนออทิสติกอายุ 7-10 ปี ในโรงเรียนศึกษาพิเศษ จากการใช้โปรแกรมปรับพฤติกรรมกิจกรรมการเคลื่อนไหว
ปริญญานิพนธ์ ของ พุฑฒิพงษ์ เพชรรัตน์

สะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการเรียน

            วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพทางการศึกษาการทำวิจัยจึงมีความสำคัญมากต่อนักศึกษาครู วิจัยเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาทางการศึกษาที่อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเป็นระเบียบ ขั้นตอน ดังงานชิ้นนี้ที่อาจารย์ให้สรุปวิจัยเป็นการศึกษาวิจัยอย่างคร่าวๆ ของดิฉัน ซึ่งเป็นการทำความคุ้นเคยก่อนที่จะได้เขียนวิจัยฉบับจริงก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังได้รับความรู้ในเรื่องขององค์ประกอบ กระบวนการ และวิธีการในการเขียนวิจัยอีกด้วย

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 10

วันที่ 9 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557

1. นักศึกษาแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ดังนี้

ภาพ : กลุ่มที่ 1 เรื่องภาวะการเรียนบกพร่อง

ภาพ : กลุ่มที่ 2 เรื่องเด็กพิการทางสมอง

ภาพ : กลุ่มที่ 3 เรื่องเด็กสมาธิสั้น

ภาพ : กลุ่มที่ 4 เรื่องดาวน์ซินโดม

- อาจารย์ให้นักศึกษาทำแบบประเมินของกลุ่มที่ได้ออกไปนำเสนอ มีทั้งหมด 5 กลุ่ม โดยปราศจากการให้คะแนนด้วยอคติต่อเพื่อน 
ภาพ : แบบประเมินการนำเสนอของนักศึกษา

2. อาจารย์บรรยายเนื้อหาต่อจากสัปดาห์ก่อน “การประเมินพัฒนาการ” สรุปได้ดังนี้
การประเมินพัฒนาการ
            การประเมินพัฒนาการนั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากการที่เราสามารถบอกได้ว่าเด็กคนไหนมีความบกพร่องทางพัฒนาการได้เร็วเท่าไรและรีบให้การวินิจฉัยและให้การรักษาและกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสม ย่อมจะส่งผลดีต่อเด็กและครอบครัวในระยะยาว 
Mind Mapping : การประเมินพัฒนาการ
คำแนะนำ
           1. เมื่อพบว่าเด็กมีพัฒนาการช้าเพียงเล็กน้อย หากไม่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภาวะเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อย มีปัญหาสุขภาพทางกาย อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนา เป็นต้น ประกอบกับผู้เลี้ยงดูไม่มีความกังวลหรือปฏิเสธการตรวจวินิจฉัย อาจให้คำแนะนำในการส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้นและนัดตรวจซ้ำในเวลาไม่นานนัก
          2. หากเด็กมีปัญหาทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ควรได้รับการดูแลโดยนักกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันการลีบและหดเกร็งของกล้ามเนื้อ หากมีปัญหาเกี่ยวกับการพูดควรได้รับการดูแลโดยนักแก้ไขการพูดร่วมด้วย หากมีปัญหาทางการเรียนรู้และพฤติกรรมควรได้รับการดูแลแก้ไขโดยนักกิจกรรมบำบัดและนักจิตวิทยาร่วมด้วย
          3. การสังเกตพัฒนาการของเด็กมีความสำคัญ กล่าวคือเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ หากได้รับการส่งเสริมพัฒนาการเร็วเท่าใดก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กมากเท่านั้น

อ้างอิงจาก : เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ

สะท้อนสิ่งที่ได้รับจากการเรียน           
           เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการจะมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน การสังเกตพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก การประเมินพัฒนาการเด็กเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มเสี่ยงตามสาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการจะช่วยให้ค้นหาเด็กเหล่านี้ได้เร็วขึ้น สามารถให้การช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้นตามศักยภาพ

 หมายเหตุ สัปดาห์ที่ 11 (วันที่ 16/01/57) อาจารย์นัดสอบกลางภาค

บันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่ 9

วันที่ 2 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557

หมายเหตุ ไม่มีการเรียนการสอน
 เนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่
2b 0b 1b 4b